043-473333-4 thongthaiautoplus@gmail.com

ไส้กรองน้ำมันเครื่อง

Thongthai Auto Plus+ ไส้กรองน้ำมันเครื่อง

ไส้กรองน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเชื้อเพลิงใช่ว่าจะสะอาดเสมอไป โอกาสที่น้ำมันเชื้อเพลิงจะสกปรกมีอยู่มากมาย เช่น มีสนิม
และสิ่งสกปรกปะปนอยู่ในถังเก็บน้ำมัน ในปั๊มน้ำมัน หรือในถังน้ำมันของรถเอง หรือช่วงที่รถสะเทือน
มีการเอียงตัวก็ทำให้ตะกอนก้นถังลอยขึ้นมาปะปนกับ น้ำมันเชื้อเพลิงได้ ถ้าเราไม่มีการป้องกันตะกอน
และสิ่งสกปรกเหล่านี้ก็จะไปอยู่ตามท่อทางเดิน น้ำมันทำให้หัวฉีดหรือนมหนูในคาร์บูเรเตอร์เสียหาย
จากการเสียดสี หรือถ้ามีสิ่งสกปรกมีขนาดใหญ่อาจจะทำให้เกิดการอุดตันได้ และหากสิ่งสกปรก
สามารถหลุดลอดเข้าไปในห้องเผาไหม้ ก็อาจเป็นอันตรายต่อลูกสูบ แหวนหรือกระบอกสูบได้
ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงจึงมีหน้าที่ดักสิ่งสกปรกเหล่านี้เอาไว้

ไส้กรองน้ำมันเชื้อ เพลิง แบ่งเป็น 2 ชนิด ตามประเภทเชื้อเพลิงที่ใช้
ไส้กรองน้ำมันเบนซิน

tt-05

จะใช้กับเครื่องเบนซินส่วนใหญ่ทำด้วยกระดาษกรองพับเป็นครีบสำหรับ เครื่องคาร์บูเรเตอร์รุ่นเก่า
เปลือกนอกของตัวกรองมักจะเป็นพลาสติกธรรมดา บางตัวก็เป็นพลาสติกสีขุ่น ส่วนพวกเครื่องเบนซิน
รุ่นใหม่ที่ใช้ระบบหัวฉีด ซึ่งมีแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงสูงประมาณ 3 bar เปลือกนอกที่เป็นไส้กรอง
พลาสติก อาจจะไม่แข็งแรงทนทานและเกิดการแตกหักชำรุดเสียหายได้ ผู้ผลิตจึงใช้โลหะ
มาทำเปลือกหุ้มแทนพลาสติก เพื่อให้มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นไส้กรองของเครื่องเบนซินระบบหัวฉีด
ตัวนี้มี ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ไส้กรองละเอียด” เพราะจะมีตัว “กรองหยาบ” หรือ “ไส้กรองหยาบ”
อีกตัวอยู่ที่ปั๊มในถังน้ำมันซึ่งจะคอยกรองสิ่งสกปรกไว้ชั้นนึง ก่อน และด้วยการที่เป็นไส้กรองหยาบ
โอกาสอุดตันจึงมีน้อย ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหรือดูแลรักษาเป็นพิเศษ ถึงกระนั้นก็ควรหมั่นเติมน้ำมัน
ให้เต็มถังเข้าไว้ ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันลดต่ำลงมากเกินไป เพื่อลดอัตราการเป็นสนิมของถังน้ำมัน
ลดการเกิดน้ำและลดการฟุ้ง กระจายของตะกอนก้นถัง

ไส้กรองน้ำมันดีเซล
tt-06

 
ไส้กรองแบบนี้ใช้กับเครื่องดีเซลซึ่งมักจะเรียกกันว่า “กรองดักน้ำ” เพราะนอกจากกรองสิ่งสกปรก
ในน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วยังกรองหรือดักน้ำที่ปะปนมากับน้ำมันดีเซลด้วย เมื่อไส้กรองเก็บกักน้ำ
เอาไว้จนเต็ม จะมีเสียงเตือนให้เจ้าของรถทราบและต้องมาเปิดก๊อกด้านใต้ เพื่อปล่อยน้ำทิ้งไป
ไส้กรองพวกนี้แม้จะมีอายุการใช้งานยืนยาวแต่ก็ต้องมีการเปลี่ยนใหม่ด้วยเหมือนกัน
ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงมีหน้าที่เก็บกักป้องกันสิ่งสกปรกเล็ดลอดออกไป แต่เมื่อสะสมเอาไว้เยอะ
ก็ย่อมเกิดการอุดตันขึ้นได้ ทำให้การส่งน้ำมันขาดตอนหรือแรงดันลดลงไม่สามารถป้อนเชื้อเพลิง
ให้กับเครื่องยนต์ได้ดี เท่าที่เครื่องยนต์ต้องการ ทำให้เกิดอาการเครื่องยนต์สะดุดกำลังตก
เร่งรอบไม่ขึ้นเราจึงควรมีการเปลี่ยนไส้กรอง ตามระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ในคู่มือประจำรถ
หรือน่าจะเปลี่ยนประมาณปีละ 1 ครั้ง